จัดทำโดย นายพรชัย เต่งศิริธรรม เลขทะเบียน 5002100253 กลุ่มที่ 20
นายสุวิชช์ ฉั่ววิเชียร ผอ.ศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนภาคที่ 2 นครราชสีมา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ได้สรุปภาวะการลงทุนภาคอีสานในปี 52 ว่า ในปีที่ผ่านมามีโครงการที่ได้รับอนุมัติการส่งเสริมการลงทุนรวม 74 โครงการ เงินลงทุน 11,334 ล้านบาท การจ้างงาน 8,500 คน โดยประเภทอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนสูงสุดเป็นอันดับ 1 คือ พลังงาน และพลังงานทดแทน จำนวน 26 โครงการ เงินลงทุน 6,963 ล้านบาท การจ้างงาน 665 คน ได้แก่ กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ ชีวมวล แสงอาทิตย์ และกิจการสถานีบริการก๊าซธรรมชาติ (ปั๊มเอ็นจีวี)
รองลงมาได้แก่ อุตสาหกรรมเกษตร จำนวน 29 โครงการ เงินลงทุน 1,889 ล้านบาท การจ้างงาน 1,731 คน ได้แก่ กิจการเลี้ยงไก่เนื้อ 7 โครงการเพื่อป้อนให้โรงงานยักษ์ใหญ่อย่าง บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด หรือซีพี บมจ.เบทาโกร บริษัท คาร์กิลล์มีทส์ (ไทยแลนด์) จำกัดและสหฟาร์ม กิจการเลี้ยงไก่ไข่ กิจการผลิตยางผสม กิจการผลิตยางแท่งและยางผสม เป็นต้น ขณะที่ประเภทอุตสาหกรรมยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ ก็ส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในปีที่ผ่านมามีการลงทุนในประเภทอุตสาหกรรมโลหะ และชิ้นส่วนยานยนต์ 5 โครงการ เงินลงทุน 682 ล้านบาท การจ้างงาน 4,220 คน และอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวม 4 โครงการ เงินลงทุน 340 ล้านบาท
สำหรับสัดส่วนการลงทุนในปีที่ผ่านมา พบว่า จำนวน 54 โครงการยังคงเป็นการลงทุนโดยหุ้นส่วนไทย หรือคิดเป็นร้อยละ 73 เป็นโครงการร่วมหุ้นระหว่างไทยและหุ้นต่างชาติจำนวน 18 โครงการ และลงทุนโดยต่างชาติทั้งสิ้น 2 โครงการ ซึ่งได้แก่ ปนะเทสเดนมาร์ก และไต้หวัน
"ปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักลงทุนยังเชื่อมั่นต่อประเทศไทยนั้น มาจากความเชื่อมั่นในด้านความต้องการของตลาดต่างประเทศ และแนวนโยบายการปรับปรุงเงื่อนไขส่งเสริมการลงทุนของประเทศไทยในกิจการประเภทต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย โดยเฉพาะความพร้อมในการองรับการลงทุน"
ผอ.บีโอไอ ภาคที่ 2 นครราชสีมา ยังกล่าวถึงแนวโน้มการลงทุนในปีนี้ ว่า เศรษฐกิจที่กำลังจะฟื้นตัวอย่างค่ออยเป็นค่อยไป ทำให้เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวตามไปด้วย ประกอบกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ทำให้ความมั่นใจของผู้ประกอบการและผู้บริโภคเริ่มฟื้นตัว รวมถึงมาตรการการเร่งรัดการลงทุนของบีโอไอ ด้วยการออกมาตรการต่างๆ ให้เอื้อประโยชน์กับนักลงทุน ทั้งการเพิ่มประเภทกิจการเป็น 57 ประเภท จาก 7 อุตสาหกรรม ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีสามารถรับสิทธิประโยชน์สูงสุดยกเว้นภาษีเงินได้ 8 ปี โดยไม่จำกัดวงเงินที่ได้รับการยกเว้น และสามารถตั้งกิจการในเขตที่ตั้งใดก็ได้ โดยผลบังคับดังกล่าวใช้ถึงสิ้นปี 2555
"สำหรับอุตสาหกรรมเด่นในภาคอีสานปีนี้ คือ อุตสาหกรรมที่มีการใช้วัตถุดิบทางการเกษตรมาผลิตเพื่อเป็นพลังงานทดแทนในอนาคต ตามนโยบายของภาครัฐจะยังคงมีการขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากมีอุตสาหกรรมรายใหญ่หลายรายเล็งเห็นประโยชน์ต่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น โครงการผลิตก๊าซชีวภาพจากโรงงานมันสำปะหลัง รวมถึงพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และสถานีบริการปั๊มเอ็นจีวี รวมถึงอุตสาหกรรมการเกษตร อุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และชิ้นส่วน"
ส่วนสถานการณ์การขาดแคลนแรงงานในพื้นที่ภาคอีสาน พบว่าโรงงานต่างๆ ยังคงขาดแคลนพนักงานงาน เนื่องจากมีอุตสาหกรรมเกิดขึ้นสูง ทำให้แรงงานไม่พอกับความต้องการของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเบา ประเภทกิจการผลิตเสื้อผ้าสำเร็จรูป และอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอกนิกส์ที่มีความต้องการใช้แรงงานเป็นอย่างมาก
คำถาม
1. บีโอไอสรุปยอดขอส่งเสริมการลงทุนภาคอีสานในปี 52 อนุมัติกี่โครงการ
2. ประเภทอุตสาหกรรมที่มีการลงทุนสูงสุดเป็นอันดับ 1 คืออะไร
3. สัดส่วนการลงทุนในปีที่ผ่านมา กี่โครงการที่เป็นการลงทุนโดยหุ้นส่วนไทย และคิดเป็นร้อยละเท่าไร
ที่มา; http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20100111/94809/บีโอไออีสานสรุปยอดปี-52-เม็ดเงินลงทุนแตะ-1.1-หมื่นล..html
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
1.74 โครงการ
ตอบลบ2.พลังงาน และพลังงานทดแทน
3.จำนวน 54 โครงการยังคงเป็นการลงทุนโดยหุ้นส่วนไทย หรือคิดเป็นร้อยละ 73
นายพีระพล บุญญารัตนสถาพร เลขทะเบียน 4902100666